แม่ค้าออนไลน์ร้อง ถูกตำรวจสงขลา บุกค้นบ้าน ยึดเงิน 10 ล้าน ทอง 60 บาท รีด 5 ล้านแลกปล่อยตัว



แม่ค้าออนไลน์ร้อง ถูก ตร.บุกค้นบ้าน ยึดเงิน 10 ล้าน ทอง 60 บาท ก่อนพาไปเซฟเฮาส์ อ้างถูกรีด 5 ล้านแลกปล่อยตัว ผู้การฯ สงขลา โต้ทำทุกอย่างถูกต้องตามขั้นตอน

วันที่ 21 ก.ย.64 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.กมลวรรณ แม่ค้าออนไลน์เจ้าของเพจ “ซ้อปลา มาดามลูกเหนียง” ใน ต.ป่าขาด อ.สิงหนคร จ.สงขลา เพื่อขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับพฤติกรรมของตำรวจชุดสืบสวนแห่งหนึ่งของ ภ.จว.สงขลา ที่เข้าไปตรวจค้นในบ้านพัก ยึดเงินสด 10 ล้านบาท และทองรูปพรรณอีกประมาณ 60 บาท ก่อนต่อรองขอเงินสด 5 ล้านบาท แลกการปล่อยตัว

น.ส.กมลวรรณ เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดเมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา มีกลุ่มชายฉกรรถ์อ้างตัวเป็นตำรวจ เข้ามาตรวจค้นภายในบ้าน มีการยื่นหมายให้ดูแต่ดูแบบผ่านๆ ด้วยความบริสุทธ์ ตนให้เข้าไปตรวจค้นภายในบ้าน แต่ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย พบเงินสด 10 ล้านบาท และทองคำ 60 บาท ที่วางไว้อยู่ในตู้ ออกมาวางไว้บนที่นอน และเอาทองกับเงินสดใส่ถุงดำแล้วนำมาวางไว้บนโต๊ะหน้าบ้าน

น.ส.กมลวรรณ กล่าวต่อว่า ชายฉกรรจ์กลุ่มนี้เข้าไปตรวจค้นต่อที่ห้องไลฟ์ และมาบอกตนว่าของที่อยู่ในห้องนั้นผิดกฎหมายหมดเลย แล้วเอาถุงดำใส่ของทั้งหมดทั้งกระเป๋า และของต่างประมาณ 6- 7 ถุง ก่อนขนขึ้นรถ จากนั้นก็ได้ไปค้นรถตนต่อ และได้ยึดรถตน 1 คัน หลังจากนั้นก็ถูกคุมตัวไปสอบสวน พร้อมด้วยเงินสดและทองที่พบ นอจกากนี้ยังควบคุมตัวน้องสาว และแฟนของตนไปยังเซฟเอาส์แห่งหนึ่ง



จากนั้นกลุ่มชายฉกรรจ์ก็ให้ตนติดต่อกับบุคคลที่รู้จัก เพื่อให้เป็นตัวกลางในการเจรจาปล่อยตัว และบอกตนว่าของทั้งหมดจะยึดไว้ ตนจึงถามไปว่ายึดทำไม ตนมีความผิดอะไร แต่ขณะคุมตัวกลุ่มชายฉกรรจ์ถือปืนตลอดเวลา และพูดจาเชิงข่มขู่ ก่อนขอเงิน 5 ล้านบาท แลกกับการปล่อยตัว ด้วยความกลัวตนจึงยอมทำตาม เมื่อกลับมาถึงบ้านมีคนกลางโทรมาบอกว่าคนใหญ่ขอมาว่าขออีก แต่ตนไม่ยอมจึงบอกไปว่า เอาแค่ 1 แสนบาทได้ไหม ตนจึงโอนเงินไปให้ 1 แสนบาท เช้าอีกวันคนกลางโทรมาบอกว่าเงิน 1 แสนนั้นไม่เอา เดี๋ยวโอนกลับให้ ตนว่าไม่เป็นไรเอาไปเลย ตนไม่อยากมีปัญหา พูดกันไปมา คนกลางโอนเงินกลับมาให้หลังจากนั้นไม่ได้ติดต่อกัน

น.ส.กมลวรรณ กล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุตนรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย และอยากได้เงิน 5 ล้านบาทคืน จึงนำเรื่องราวที่เกิดขึ้น เดินทางพร้อมทนายความไปยื่นหนังสือร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 โดยมี รอง ผบช.ภ.9 เป็นผู้รับเรื่อง ทนายยืนยันมีหลักฐานชัดเจนถึงการเรียกรับเงิน แต่ขณะนี้ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด แต่จะให้ผู้บังคับบัญชาของชุดตรวจค้น ตรวจสอบเรื่องให้ความเป็นธรรม

ด้าน นายกิตติธัช ชูโชติ ทนายความ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ทำเรื่องร้องทุกข์และร้องเรียนไปยังตำรวจภูธรภาค 9 แล้ว และเชื้อมั่นในพยานหลักฐานว่า มีพยานและหลักฐานชัดเจน จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเงินสด 10 ล้านมีชายฉกรรจ์ที่อ้างเป็นตำรวจเข้ามาตรวจค้นจริง และได้นำของทั้งหมดพร้อมผู้เสียหายไปจริง ซึ่งทุกอย่าง มีพยานหลักฐานหมด

ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับผู้ที่ถูกระบุเป็นคนกลางในการเจรจา โดยได้รับการเปิดเผยว่า วันนั้นมีพี่ที่สนิทโทรมาบอกว่าให้ช่วยเข้ามาดูน้องเค้าหน่อย น้องถูกตำรวจจับและระบุสถานที่ ตนเดินทางมาถึงเข้าไปถามว่าคนไหนชื่อปลา จึงได้พูดคุยกับน้องปลา หลังจากนั้นตนได้ไปสอบถามตำรวจว่าน้องผิดอะไร สารวัตรคนหนึ่งบอกว่าตอนนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบ ไม่สามารถบอกอะไรได้ ตนกลับไปทำงานปกติ ผ่านไปหลายชั่วโมงพี่คนที่รู้จักจึงโทรมาถามว่าเป็นยังไงบ้าง ตนกลับมาแล้วคิดว่าเรื่องจบแล้ว

จากนั้นตนจึงเดินทางมายังเซฟเฮาส์ อีกครั้งและตำรวจบอว่าให้ตนเซ็นเป็นพยาน ตนจึงถามว่าพยานอะไร ตำรวจจึงบอกว่า พยานในการคืนของกลาง ตนจึงถามน้องปลากับแฟนว่า ได้ของครบหรือยัง น้องปลากับแฟนบอกว่าได้คืนครบ ตนพยายามถามซ้ำว่าของได้ครบทุกอย่างไหม ปลากับแฟนบอกว่าครบ ตนจึงเซ็นเป็นพยานให้ ตนยอมรับว่าไม่ได้อ่านว่าของกลางทั้งหมดในเอกสารนั้นมีอะไรบ้าง ตนเห็นเพียงว่ามีเงิน มีทอง และโทรศัพท์วางอยู่บนโต๊ะ โดยส่วนตัวแล้วตนยังคิดเลยว่าทำไมเอาเงินจำนวนเยอะขนาดนั้นไปไว้ที่บ้าน เนื่องจากแถวนั้นเปลี่ยวเป็นชุมชนเล็ก

ทางด้าน พล.ต.ต.อาซาน จันทร์ศิริ ผบก.ภ.จว.สงขลา กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นได้มีการตรวจสอบ และได้รายงานข้อเท็จจริงแล้ว พบว่าก่อนที่จะเข้าไปตรวจค้น มีการสืบทราบและรับแจ้งจากพลเมืองดีว่า บ้านดังกล่าวมีพฤติการณ์ในเรื่องของการมีสิ่งของผิดกฎหมาย และมีเรื่องของแชร์ลูกโซ่ จึงสืบสวนความจริง และมีการรวบรวมข้อมูล กระทั่งนำไปสู่การยื่นเสนอต่อศาลเพื่อออกหมายค้น

พล.ต.ต.อาชาน เปิดเผยต่อว่า การเข้าตรวจค้นตำรวจได้แสดงตนตามขั้นตอน ซึ่งเจ้าของบ้านมีการลงนามรับทราบ ผลของการตรวจค้น พบเครื่องสำอาง ธนบัตร และทองคำรูปพรรณ จึงตรวจยึดทั้งหมดไปตรวจสอบถึงการได้มา และการดำเนินการเกี่ยวกับธุระกิจเครื่องสำอาง ก่อนนำตัว น.ส.กมลวรรณ ไปยังเซฟเฮาส์ โดยให้ น.ส.กมลวรรณเป็นผู้ถือไป มีพยานที่ไว้วางใจไปด้วย หลังตรวจสอบและสอบสวนไม่พบพิรุธ จึงคืนของกลางทั้งหมด ยืนยันทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนและสามารถตรวจสอบได้ หลังจากนี้จะสืบสวนเรื่องราวอย่างละเอียดอีกครั้ง และให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

ข้อมูลภาพ ข่าวสดออนไลน์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *