ศาลอุทธรณ์ ยืนโทษคุก 2 ปี 6 ด. อดีตโยธาฯ ยะลา-พวก ทุจริตก่อสร้างถนนไทยเข้มแข็ง



ศาลอุทธรณ์ ยืนโทษคุก 2 ปี 6 ด. อดีตโยธาฯ ยะลา-พวก ทุจริตก่อสร้างถนนไทยเข้มแข็งปี 55

ป.ป.ช. เผยแพร่ผลความคืบหน้าคดีกล่าวหา ‘อาแว ผูหาดา’ อดีตโยธาธิการฯ ยะลา -พวก 3 ราย ทุจริตจ้างก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ตามโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้จำคุกคนละ 2 ปี 6 เดือน พฤติการณ์มีข้อเสียหายร้ายแรง ไม่มีเหตุอันควรให้รอการลงโทษ

สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าคดีกล่าวหา นายอาแว ผูหาดา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งโยธาธิการและผังเมือง จังหวัดยะลา สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดยะลา กับพวก 3 ราย ประกอบไปด้วย นายอรัญ จันทร์ต้น นายชัยรัตน์ ไกรฤกษ์ และนายมนตรี คลังนิพิตร ทุจริตการจ้างก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก สายบ้านบัวทอง (สายบ้านบัวทอง-บ้านบางลาง) หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านแหร อำเภอธารโต จังหวัดยะลา ตามโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 โดยการก่อสร้างไม่ถูกต้องตามสัญญา และแบบรูปรายการก่อสร้าง



ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2564  ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษายืน ตามศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ที่มีคำพิพากษาว่า จำเลยทั้ง 4 มีความผิดตามมาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 จำคุกคนละ 5 ปี จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 คงจำคุกคนละ 2 ปี 6 เดือน พฤติการณ์ของจำเลยทั้งสี่มีข้อเสียหายร้ายแรง กรณีไม่มีเหตุอันควรให้รอการลงโทษ
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2564 มีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่ฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์  อย่างไรก็ดี สำหรับคดีนี้ยังไม่สิ้นสุด จำเลย มีสิทธิต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้

สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขอบคุณที่มา https://www.isranews.org/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น