ระเบิดมัสยิด เกิดขึ้นขณะผู้คนมาละหมาดในมัสยิด ช่วงวันศุกร์ เสียชีวิตอย่างน้อย 50 ราย



ระเบิดมัสยิด ในกรุงคาบูล อัฟกานิสถาน เสียชีวิตอย่างน้อย 50 ราย

เมื่อวันที่ 29 เมษายน รอยเตอร์ รายงานว่า เกิดเหตุระเบิดที่มัสยิดในกรุงคาบูล ในอัฟกานิสถาน คร่าชีวิตประชาชนที่เพิ่งจะละหมาดในช่วงเย็นวันศุกร์ กว่า 50 คน โดยถือเป็นการโจมตีพลเรือนครั้งล่าสุด ในช่วงเดือนรอมฎอน



เบสมุลเลาะห์ ฮาบิบ รองโฆษกกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า เหตุระเบิดดังกล่าว เกิดขึ้นที่มัสยิดคาลิฟา ซาฮิบ ทางตะวันตกของเมืองช่วงบ่าย ช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้เปิดเผยว่ามีการเสียชีวิต 10 ราย การโจมตีดังกล่าว เกิดขึ้นขณะที่ผู้คนมาละหมาดในมัสยิด ช่วงวันศุกร์

ผู้นำ ประจำมัสยิดดังกล่าว เชื่อว่ามือระเบิดฆ่าตัวตาย ได้เข้าร่มพิธีและจุดชนวนระเบิด ควันดำลอยขึ้น และ กระจายไปทั่ว มีศพอยู่ทุกแห่ง หลานชายของเขาก็อยู่ท่ามกลางคนตาย

“ตัวฉันเองรอดตาย แต่สูญเสียคนที่รักไป”

REUTERS/Ali Khara

ขณะที่ โมฮัมหมัด ซาบี ผู้อยู่อาศัยในแถบนั้น ระบุว่า เขาเห็นคนนำผู้บาดเจ็บขึ้นรถพยาบาล เสียงระเบิดดังมาก จนคิดว่าแก้วหูจะแตก ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า โรงพยาบาลได้รับศพผู้เสียชีวิตแล้ว 66 ราย และ มีผู้บาดเจ็บ 78 คน โดยมีเจ้าหน้าที่สหประชาชาติอย่างน้อย 2 คน และครอบครัว อยู่ในมัสยิดดังกล่าวด้วย แมตต์ คนุดเซ่น ผู้แทนพิเศษสหประชาชาติ ประจำอัฟกานิสถาน ได้กล่าวประณามเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ไม่มีคำพูดใดจะมากพอที่จะประณามการกระทำครั้งนี้ โฆษกของกลุ่มทาลิบัน ระบุว่า ออกแถลงการณ์ประณามเหตุระเบิด และกล่าวว่า จะตามหาผู้กระทำผิด และจะลงโทษ ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าว

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พลเรือนอัฟกานิสถาน ถูกสังหารไปจำนวนมาก บางครั้งถูกอ้างสิทธิโดยกลุ่มไอเอส โรงพยาบาลฉุกเฉิน เปิดเผยว่าได้รับการรักษาผู้ป่วยมากกว่า 100 คน ที่ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีในกรุงคาบูล ในเดือนเมษายนเพียงเดือนเดียว

ขอบคุณที่มา มติชนออนไลน์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *